ติดตามพวกเราได้ที่ :
'กล่อมกรุง' ครวญเพลงอมตะเหนือกาลเวลาเลอค่าสมตำนานเพลงลูกกรุง

1,736

      เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ทรงคุณค่าที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับคอนเสิร์ต 'กล่อมกรุง' เวทีที่รวม 11 สุดยอดศิลปินระดับตำนานเจ้าของรางวัลศิลปินแห่งชาติและรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน อาทิ สุเทพ วงศ์กำแหง, สวลี ผกาพันธุ์, ศรีไศล สุชาตวุฒิ, ธานินทร์ อินทรเทพ, รวงทอง ทองลั่นธม, จิตติมา เจือใจ, รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส, เศรษฐา ศิระฉายา, ดาวใจ ไพจิตร, วินัย พันธุรักษ์ และ จินตนา สุขสถิตย์

      นับเป็นเกียรติประวัติของ เอ-ไทม์ โชว์บิส ที่มีโอกาสเนรมิต รอยัล พารากอน ฮอลล์ ให้แฟนเพลง รุ่นใหญ่ได้หวนครวญเพลงเพราะ ย้อนวันวานไปกับเพลงอมตะที่อยู่เหนือกาลเวลา ขับกล่อมด้วยเจ้าของเสียงต้นตำรับทั้งหมด

      งานนี้ ดีเจ.อั๋น ภูวนาท คุนผลิน ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ดำเนินเรื่องราวอันแสนอบอุ่นตลอดทั้งคอนเสิร์ตนี้อีกด้วย

      ทำเอาคนดูตื่นเต้นตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้สัมผัสฮอลล์ จากการประดับประดาเวทีด้วยม่านคริสตัลระย้า ตัดกับแสงไฟวิบวับระยับตา พร้อมจัดเต็มเครื่องสาย เครื่องเป่า ปี่พาทย์ ระนาดเอก ครบครันตามแบบฉบับเพลงลูกกรุง เริ่มต้นโหมโรงเปิดฟลอด้วยเพลง “รักฉันนานๆ” จากคู่ขวัญของวงการเพลงลูกกรุง สุเทพ-สวลี ที่ผลัดกันหยอกเอินน่ารัก ถ้าสมัยนี้ก็คงต้องเรียกว่า คู่จิ้น สินะ!! ก่อนปล่อยเวทีให้ สุเทพ ครวญเพลงรักฉบับออริจินัล อย่าง “เพียงคำเดียว” “รักคุณเข้าแล้ว” ที่เริ่มขับร้องตั้งแต่ พ.ศ.2497 เรียกว่ามีอายุเพลงกว่า 60 ปีเลยทีเดียว

     

       ตามด้วย สวลี เจ้าของบทพจมานคนแรกของประเทศไทย สมัยยังเป็นละครเวทีจัดแสดงที่ ศาลาเฉลิมไทย ออกมาครวญเพลง“บ้านทรายทอง” ละครยอดนิยมที่ปัจจุบันยังนำมากลับมาสร้างใหม่ อยู่เรื่อยๆ แถมยังเป็นเจ้าของเพลง “จำเลยรัก” “รักไม่รู้ดับ” ที่โด่งดังมาถึงยุคนี้

       จากนั้นถึงคิว ธานินทร์ และ จิตติมา ที่ออกมาร้องเพลง “ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก-ธานินทร์” “ขาดเธอฉันไม่รู้สึก- จิตติมา” ที่สมัยนั้นถ้าเพลงไหนดังมาก จะต้องมีการแต่งเพลงมาร้องแก้หรือร้องตอบกัน ถือว่าเป็นเสน่ห์ ของเพลงลูกกรุงในยุคนั้นจริงๆ

       อีกหนึ่งไฮไลต์ได้แก่รวงทอง และ รุ่งฤดี ต่างขนเพลงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่าง “จำได้ไหม, ขวัญใจเจ้าทุย, วิมานสีชมพู-รวงทอง” “เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่น้ำโขง, พัทยาลาก่อน-รุ่งฤดี” มาขับกล่อมให้เพลิดเพลินเจริญใจ ก่อนส่งให้ 2 ศิลปินแห่งวง ดิ อิมพอสซิเบิ้ล เศรษฐา และ วินัย ที่โด่งดังมากในยุคนั้น มารับช่วงต่อใน “หนึ่งในดวงใจ” “งัวหาย” ตามด้วยเซตเพลงเดี่ยวสุดคลาสสิค “ชู้ทางใจ, ความรักเพรียกหา-วินัย” “โอ้รัก, หนาวเนื้อ-เศรษฐา” มากล่อมให้รุ่นใหญ่ได้อินแล้ว

       เท่านั้นยังไม่พอ ตามไปฟินกับ จินตนา กับเพลง “ฝากรักเอาไว้ในเพลง” “คิดจะปลูกต้นรักสักกอ” และเจ้าของเสียงสูงบาดลึกถึงทรวงอย่าง ดาวใจ ที่มาพร้อมเพลงดัง “ทำไมถึงทำกับฉันได้”

     



      งานใหญ่ทั้งที เอ-ไทม์ โชว์บิส ไม่วายจัดเซอร์ไพร้ส์ ดึง เศรษฐา ควง ศรีไศล มาเติมความหวานหยดย้อยร้องคู่กันในเพลง “จงรัก” แถมโชว์หวานจุ๊บแก้มกันกลางเวทีแบบไม่เกรงใจภรรยา อย่าง คุณเปี๊ยก อรัญญา นามวงศ์ ที่มาเชียร์ติดขอบเวที และยังได้อิ่มเอมกับเพลงอมตะติดหู “รักข้ามขอบฟ้า” “ชั่วฟ้าดินสลาย” “คนเดียวในดวงใจ” ที่ ศรีไศล หยิบมาฝากคอเพลงลูกกรุงกันแบบจุใจ

      ปิดท้ายความประทับใจอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการรวมสุดยอดครูเพลงทั้ง 11 ท่าน บนเวทีพร้อมกันในเพลง “ใจประสานใจ” เรียกว่าไม่สามารถหาดูที่ไหนได้อีกแล้ว นอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งยังมอบให้กับมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส อีกด้วย งานนี้พูดได้คำเดียวสั้นๆว่า เลอค่า!!!