ติดตามพวกเราได้ที่ :
10 เพลงจากผู้สร้างแรงบันดาลใจ 'Bodyslam'

5,819

ยังคงเป็นวงร็อคที่ยืนอยู่บนความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านของชื่อเสียง และรางวัลทางด้านดนตรี ล่าสุดกับ รางวัล แฟต อวอร์ด ปีล่าสุด
อะไรที่ทำให้ 4 หนุ่มยังยืนอยู่ในใจนักฟังร็อคเจนเนอร์เรชั่นนี้ Gmember ขอพาด่ำดิ่งสู่เบื้องลึกของงานดนตรีที่ถ่ายทอดแนวคิดของพวกเขา ตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบัน

"งมงาย"
เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มแรกของบอดี้แสลมซึ่งเป็นเพลง signature เกี่ยวกับเรื่องราวของ ตูน นักร้องนำ บ่อยครั้งเวลาที่ "ตูน Bodyslam" ไปเล่นคอนเสิร์ต เขาจะพูดถึงคนรักเก่าเสมอ เพลงนี้เป็นการเพ้อถึงคนรัก ระยะทางห่างกันแต่ยังยืนยันที่จะรอแม้จะอะไรเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาจะกลับมา เพลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวของบอดี้แสลม ทุกวันนี้เขาก็พิสูจน์ได้ว่าสิ่งดีๆ ก็เกิดขึ้นได้ แม้จากจุดเริ่มต้นจะเป็นการสูญเสียก็ตาม


"ภาพลวงตา"
อัลบั้ม Drive เป็นอัลบั้มที่สองของ Bodyslam เป็นการกำเนิดจุดยืนของ Bodyslam ซึ่งทำให้เขาโด่งดังจนทุกวันนี้ นั่นก็คือเพลง “ภาพลวงตา” เป็นเพลงที่พูดถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญบนถนนสายดนตรีของพวกเขานี่เอง เนื้อเพลงพูดถึงความฝันและความล้มเหลว “ใครกี่คนที่ฝัน และ สิ่งนั่นได้เป็นดังใจ ฉันหนึ่งคนที่หวัง สิ่งเหล่านั่นไม่เป็นอย่างที่ฝัน ได้แค่ฝัน อาจเป็นเพียงภาพลวงตา”หากบอดี้แสลมเปรียบเสมือนไฟนำทางสำหรับแฟนเพลง "ภาพลวงตา" ก็เปรียบได้กับเทียนเล่มแรกที่ส่องทางในความมืดบนถนนถสายดนตรี ให้พวกเขาเดินมาได้จนทุกวันนี้
 

"หลังฝน"

“เธอจะได้กำลังใจจากฟ้า เธอจะได้รับรู้ว่ารักนี้มีค่า” เพลงนี้ตั้งชื่อ "หลังฝัน" เป็นการเปรียบเปรย "ฝน" ว่าหมายถึงอุปสรรค หรือวันที่หมองมัว แต่ว่าทุกครั้งที่ฝนตกพายุกระหน่ำ อย่างไรก็ตามมันก็ต้องผ่านพ้นไป แสงอาทิตย์ต้องออกมาให้เห็นอีกครั้ง แล้วตอนนั้นเราก็จะได้รู้ว่าจริงๆแล้ว วันที่สดใสมันมีค่ามากว่าที่เรารู้สึกในทุกๆวัน เรียกว่าเป็นเพลงที่ให้ความสดใสแก่วันที่เราหม่นหมองจริงๆ

"จันทร์ยังเต็มดวง"

ในเวลาที่เราโศกเศร้า มืดแปดด้าน หลายสิ่งเช่นดอกไม้ หรือแสงจันทร์ยังคงงดงามเช่นเดิม มีเพียงเราที่รู้สึกต่างออกไป เราอาจมองไม่เห็นหลายๆ สิ่ง ที่ทำให้เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วชีวิตเรามีค่า เพลง "จันทร์ยังเต็มดวง" นี้เป็นเพลงAcousticช้าๆ Concept ของเพลงคืออยากให้รู้ว่าแม้มองไม่เห็นหรือหมอกจะบดบังไว้ แต่ดวงจันทร์ก็ยังอยู่ บางครั้งแม้คุณจะรู้สึกท้อถอย แต่บางสิ่งบางอย่างยังอยู่ตรงนั้นเพื่อเป็นกำลังใจตลอด ความรักยังคงอยู่ตรงนั้นเพื่อเธอตลอด



ความเชื่อ
“มันเกือบจะล้มมันเหนื่อยกันล้าเหมือนแทบขาดใจ เดินมาจนท้อไม่เจอจุดหมายปลายทางที่ฝัน…” หนึ่งเพลงที่น่าจดจำที่สุดของบอดี้แสลมซึ่งมี "แอ๊ด คาราบาว" idol ของตูนมาร้องด้วย หลังจากได้พัฒนาแนวทางดนตรีจากสองอัลบั้มแรก พวกเขาก็ได้ปล่อยสุดยอดเพลงให้กำลังใจ ซึ่งกินใจทุกคนทุกวันนี้ ประโยคที่ว่า “ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน” จุดประกายความหวังให้ลุกโชน ลุกขึ้นต่อสู้อีกครั้ง เพลงนี้ช่วยได้เสมอในยามทุกข์ท้อใจเพลงนี้ตอกย้ำให้บอดี้แสลมกลายเป็นหนึ่งในวงร็อคชั้นนำของเมืองไทย

 



"ความรักทำให้คนตาบอด"
เพลงอกหักตลอดกาลของคนยุคใหม่คงไม่พ้นเพลงนี้ เรียกว่าทุกคนสามารถร้องตามเพลงนี้ของบอดี้แสลมได้หมด ตอนนั้นทางวงได้มีการช่วยจาก Producer รุ่นพี่อย่างบิกแอส เพลงเลยหนักขึ้นโดยมีการเน้น Distortion (ปรับจูนเสียงกีตาร์ให้ต่ำ แตกได้ซาวนด์ที่หนาหนักหน่วงขึ้น)ของกีต้าร์ซึ่งทำให้เพลงเป็นร็อคอย่างเต็มตัว สำหรับเนื้อเพลงก็คงเพ้อถึงแฟนเก่าเช่นหลาย ๆ เพลง เลยโดนๆแฟนเพลงเหมือนเดิม “มันอาจจะผิดที่เป็นอย่างนี้ ที่มันยังรักเธอจนสุดหัวใจ” อัลบั้มที่สามบอดี้แสลมยังเป็นผู้นำการแต่งกายสีดำ พร้อมๆกับ slogan ว่า “ผมอยากเห็นคนไทยบินได้”




"อกหัก"
อัลบั้มที่สี่ Save My Life เปิดตัว โดย E.P. ยาพิษ ซึ่งปฏิวัติวงการเพลงไปอย่างสิ้นเชิง ธรรมดาแล้วเพลงไทยจะมิกส์เสียงร้องดังมาก แต่บอดี้แสลมกลับมิกซ์เพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบตามเพลงสากล ซึ่งเน้นดนตรีขึ้นมา เพลงอกหัก เป็นเพลงให้กำลังใจตัวเองหลังจากอกหักมาสามอัลบั้มแล้วก็ได้ข้อสรุปสักที เนื้อเพลงก็เพิ่มความลึกเข้าไป ซึ่งทำให้เพลงมีคุณภาพมากๆ “ชีวิตแค่โดนทำร้าย แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย” ทรงผมยาวเซอร์ของตูนบวกกับเสียงหลบที่ทำให้คนดูอึ้ง ทำให้บอดี้แสลมกลายเป็นวงเทพของวงการ


"เเค่หลับตา"
อัลบั้ม Save My Life คือพัฒนาการอย่างแท้จริงของบอดี้แสลม เพลง”แค่หลับตา”มีการเล่นคำอย่างสวยงาม พร้อมเสียงร้องของปนัดดาซึ่งทำให้เพลงมีมิติมากขึ้น บวกกับการเล่นเบสของปิ๊กที่ดูยุ่งยากพอสมควร “รักเอยอยู่ที่ใดยังฝันใฝ่ ยังคงตามหา” มีเนื้อหาลึกซึ้ง เกี่ยวกับความรักครั้งเก่า แต่เปลี่ยนมุมมองเป็นการมองย้อนกลับไป ทำใจและเข้าใจ





ขอบคุณน้ำตา

เพลงนี้เป็นการพลิกมุมการมองอุปสรรคของชีวิตให้เป็นการเรียนรู้ แทนที่จากเศร้าไปกับมันเรากลับต้องขอบคุณมัน อดีตเป็นอย่างไรไม่รู้แต่เราจะเตรียมตัวกับก้าวต่อไป กับอนาคต อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้แล้วเราจะได้ไม่พลาดซ้ำอีก “ขอบคุณน้ำตาที่สอนให้จำในบทเรียนน้ำตา” อัลบั้มนี้มีการเพิ่มเติมของคีย์บอร์ดอย่างชัดเจนจาก และมีการเล่นลวดลายการมิกซ์ เพื่อโชว์ฝีมือมากขึ้น ตูนได้พัฒนาเสียงขึ้นมาอย่างชัดเจนใน Save My Life




"แสงสุดท้าย"
ตั้งแต่เพลงความเชื่อสร้างปรากฏการณ์ คนก็ยังรอคอยอะไรประมาณนั้นออกมา และเพลงแสงสุดท้ายในอัลบั้มครามก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่ “ในค่ำคืนที่ฟ้านั่นไม่มีดาวอยู่ตรงนี้ ฉันยังคงก้าวไป ยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปในคืนที่หลงทาง” นี่คือบทสรุปเรื่องราวของบอดี้แสลมตั้งแต่อัลบั้มแรกถึงจังหวะที่พวกเขาก้าวขึ้นราชมังคลากีฬาสถาน แรงบันดาลใจของเขาคือแฟนคนที่ทิ้งเขาขึ้นเครื่องไปอเมริกานี่เอง เปรียบเสมือนรักแท้ที่นำแสงเขาถึงทุกวันนี้ แม้เขาจะไม่รัก แต่ความรักตูนมีพลังพอที่จะทำให้เขามีแรงทำดนตรีต่อไป ผ่านอุปสรรคมากมาย คือค่ำคืนที่มืดมน เพลงนี่คือสรุปทุกอย่าง
 


มีแฟนเพลงหนุ่มคนหนึ่งกล่าวกับ Gmember ว่า "ผมเคยไปดูคอนเสิร์ตบอดี้แสลมที่ Chicago ซึ่งนักร้องนำได้บรรยายความรู้สึกด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ที่คุ้นเคยบนเวทีว่า ทุกวันนี้เพลงพาเขามาไกลมาก พามาไกลถึงประเทศอเมริกาแห่งนี้ โดยเฉพาะเพลงแรกที่เขาได้เขียนขึ้น เขียนถึงแฟนเก่าที่ให้แรงบัลดาลใจ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เขาเดินมาถึงวันนี้ ซึ่งขณะที่ตูนพูดอยู่นั้น ด้านล่างเวที พี่ตูนของน้องๆ จะรู้หรือไม่ก็ไม่อาจคาดเดา ว่า หญิงสาวแฟนเก่าของตูนคนนั้น ได้มาเป็นหนึ่งในผู้ชมรอฟังเพลง 'งมงาย' อยู่ในฮอลล์นั้นด้วยใจตื้นตันเกินจะบรรยาย"